ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สถาบันวิจัญญาณสังวร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
หน้าแรก
วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2557
 
 
 
ประวัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

           เมื่อปี พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า มหามกุฏราชวิทยาลัยโดยมีพระราชประสงค์เพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำทุกปีและก่อสร้างสถานศึกษาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้น

         ครั้นเมื่อวันที่ 26 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัยพระองค์ทรงอุปถัมภ์และพระราชทานพระราชทรัพย์บำรุงประจำทุกปี อาศัยพระราชประสงค์ดังกล่าวแล้วนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งพระวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจการของวิทยาลัยขึ้น 3 ประการคือ 
          1. เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร
          2. เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ
          3. เพื่อเป็นสถานศึกษาเผยแผ่พระพุทธศาสนา
 
          เมื่อกิจการของวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้ว ปรากฎว่าพระวัตถุประสงค์เหล่านั้น ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจตลอดมาเพื่อที่จะให้พระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนั้นในวันที่ 30 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2488 สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะที่ทรงเป็นนายกกรรมการวิทยาลัยพร้อมด้วยพระเถรานุเถระ จึงได้ทรงประกาศตั้งสถาบันชั้นสูงในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาขึ้นโดยอาศัยนามว่า สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีจุดหมายดังนี้ 
          1. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรม
          2. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศ
          3. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ
          4. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีความรุ้ความสามารถในการค้นคว้า โต้ตอบหรืออภิปรายธรรมได้อย่างกว้างขวางแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
          5. เพื่อความเจริญก้าวหน้า และคงอยู่ตลอดกาลนานของพระพุทธศาสนา
          6. เพื่อให้พระพุทธศาสนามีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงถาวรอยู่ตลอดกาล
 
          ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า กรรมการสภาการศึกมหามกุฏราชวิทยาลัย สถาบันการศึกษาแห่งนี้ ได้เริ่มเปิดให้การอบรมศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร ตั้งแต่วันที่ 16 เดือน กันยายน พ.ศ. 2498 จนถึงปัจจุบัน
          สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแต่เดิมนั้น ตั้งอยู่ที่หอสมุดมหามกุฏราชวิทยาลัย หน้าวัดบวรนิเวศวิหารต่อมาคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้คับแคบขยับขยายได้ยาก ไม่เพียงพอกับจำนวนพระนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาหลังหนึ่งภายในวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นอาคารทรงไทย 3 ชั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมวชิรญาณวงศ์ได้ทรงวางศิลากฤษ์ เมื่อวันที่ 29 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2498 เมื่ออาคารใหม่นี้สร้างสำเร็จแล้ว จึงได้ย้ายกิจการของมหาวิทยาลัยจากตึกหอสมุดฯ มาที่อาคารหลังใหม่เมื่อวันที่ 19 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2401 จนถึงปัจจุบัน
  
          พ.ศ. 2527 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จการศึกษาทางพระพุทธศาสนา พ.ศ.2540 รัฐสภาได้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้สำหรับผู้สำเร็จก่อนวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ด้วย พ.ศ. 2530 เปิดการศึกษาชั้นปริญญาโทเรียกว่า "บัญฑิตวิทยาลัย"ขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2530 มี 2 คณะ คือ คณะพุทธศาสนาและปรัชญาและคณะพุทธศาสตร์ศึกษา แต่เปิดเรียนจริงๆ ใน พ.ศ. 2531 ผู้สำเร็จการศึกษามีสิทธรับปริญญาบัตรปริญญาโท คือ ศาสนศาสตรมหาบัญฑิต (ศน. ม. สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา) และ ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (ศน. บ. สาขาพุทธศาสตร์ศึกษา) พ.ศ. 2535 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานคณะกรรมการศึกษาของคณะสงฆ์ ได้ประกาศใช้ระเบียบของคณะกรรมการศึกษาของคณะสงฆ์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาของสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย พ.ศ. 2535

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ประกอบด้วย 5 คณะ
          1. คณะศาสนาและปรัชญา
          2. คณะมนุษยศาสตร์
          3. คณะสังคมศาสตร์
          4. คณะศึกษาศาสตร์
          5. คณะบัณฑิตวิทยาลัย
 
          และขณะนี้ได้ขยายวิทยาเขตการศึษา ออกเป็น 7 เขตวิทยาเขต ดังนี้ 
          1. วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ศ. 2516)
          2. วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2533)
          3. วิทยาเขตอีสาน จังหวัดขอนแก่น (พ.ศ. 2533)
          4. วิทยาเขตล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2534)
          5. วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช (พ.ศ. 2535)
          6. วิทยาเขตร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (พ.ศ. 2537)
          7. วิทยาเขตล้านช้าง จังหวัดเลย (พ.ศ. 2538)
 
สถานที่ตั้งมหาวิลยาลัยและวิทยาเขต 
          1. มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เลขที่ 248 ถ.พระสุเมรุ บางลำภู เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
          2. วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
          3. วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
          4. วิทยาเขตอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
          5. วิทยาเขตล้านนา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
          6. วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
          7. วิทยาเขตร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
          8. วิทยาเขตล้านช้าง อำเภอเมือง จังหวัดเลย
 
          ชื่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย อักษรย่อ มมร.Mahamakut Buddhist Umiversity อักษรย่อ คือ MBU
          ศาสนสุภาษิตประจำมหาวิทยาลัย วิชุชาจรณสมุปนุโน โส เสฏโฐ เทวมานุเส "ผู้สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติเป็ผู้ประเสริฐในเทพและมนุษย์"
          สีประจำมหาวิทยาลัย สีส้ม หมายถึง สีประจำพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรงกับวันพฤหัสบดี อันเป็นวันพระราชสมภพ ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นโพธิ์ ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตราสัยยลักษณ์มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย
          พระมหามงกุฎ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ผู้ทรงเป็นที่มาแห่งนาม "มหามกุฎราชวิทยาลัย" พระเกี้ยวประดิษฐานแบบหมอนรอง หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเป็นผู้พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดตั้งมหามกุฎราชวิทยาลัย และพระราชทานพระราชทรัพย์บำรุงปีละ 60 ชั่ง หนังสือ หมายถึง คัมภีร์และตำราทางพระพุทธศาสนา โดยที่มหามกุฎราชวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตคัมภีร์และตำราทางพระพุทธศาสนา สำหรับส่งเสริมการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา 
  
          ปากกาปากไก่ ดินสอ และม้วนกระดาษ หมายถึงอุปกรณ์ในการศึกษาเล่าเรียน ตลอดถึงอุปกรณ์ในการผลิตคัมภีร์และตำราทางพระพุทธศาสนา เพราะมหามกุฎราชวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นทั้งสถานศึกษาและแหล่งผลิตตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา ช่อดอกไม้แย้มกลีบ ในทางการศึกษาหมายถึงความเบ่งบานแห่งสติปัญญาและวิทยาความรู้ในทางพระศาสนา หมายถึง กิตติศัพท์กิตติคุณที่ฟุ้งขจรไปดุจกลิ่นแห่งดอกไม้ ความหมายรวมก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองและเกีรติยศ อิสริยยศ บริวารยศ พานรองรับหนังสือหรือคัมภีร์ หมายถึง มหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นสถาบันเพื่อความมั่นคงและแพร่หลายของพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านการศึกษาและการเผยแผ่ วงรัศมี หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาที่บังเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมหามกุฎราชวืทยาลัยภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ ของพระมหากษัตริย์ไทย มหามกุฎราชวิทยาลัย หมายถึง สถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรี,โท,เอก,ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย จุดมุ่งหมายหลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต มีความมุ่งหมาย ดังนี้
          1. เพื่อผลิตนักวิชาการทางศาสนาที่มีคุณวุฒิสูง มีอุดมคติสูง มีความประพฤติดี เป็นศาสนทายาทที่ดีของพระพุทธศาสนา
          2. เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาวิชาการสมัยใหม่ อันไม่ขัดต่อสมณวิสัย และสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา
          3. เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ ความสามารถในการค้นคว้าวิจัยการธำรงรักษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ
          4. เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติ และพระศาสนา เหมาะแก่การสมัย
          5. เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการสอน อบรม โต้ตอบอภิปรายวิชาการทางพระพุทธศาสนา และแนวทางชีวิตที่ถูกต้อง
          6. เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการเป็นผู้นำและเป็นตัวแทนทางพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

 
Top! Top!